Category Archives: ข่าวฟุตบอล

อัลกาเซร์ ต้องหลีกทางย้ายออกหลังเสือเหลืองซื้อเข้าฮาแลนด์

    แม้ว่าแฟนบอลเสือเหลืองจะอยู่ในช่วงเบิกบานใจหลังได้เห็นการดึงตัวเออวิ่ง เบลาร์ ฮาแลนด์เข้ามาเสริมทัพ แต่ทว่ามันช่างสวนทางกับความรู้สึกของปาร์โก้ อัลกาเซร์ดาวยิงชาวสเปนที่ดูจะไม่มีความสุขกับเรื่องนี้ เพราะมันเป็นสัญญาณเตือนว่าคงถึงเวลาแล้วที่เค้าจะต้องย้ายออกจากทีมดอร์ทมุนด์     ทั้งที่ปีก่อนปาร์โก้ อัลกาเซร์มีสถานะเป็นตัวหลักของทีมที่ลงเล่นไปกว่า26นัดพร้อมยิงไปได้ถึง18ประตู แต่ทว่าเมื่อเข้าสู่ซีซั่นนี้เจ้าตัวกลับถูกหมางเมินจากกุนซือลูเซียง ฟาร์ฟจนทำให้มีโอกาสออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเพียงแค่6เกมเท่านั้นจนยิงได้เพียง5ประตู ซึ่งก็ทำให้เจ้าตัวไม่ค่อยจะมีความสุขกับสถานะของตัวเป็นทุนอยู่แล้ว ยิ่งได้มาเห็นว่าต้นสังกัดซื้อตัวฮาแลนด์เข้ามาเป็นตัวเลือกในแนวรุกอีกก็ยิ่งทำให้อัลกาเซร์รู้สึกช้ำใจมากยิ่งขึ้นและน่าจะหาทางย้ายออกในช่วงเดือนมกราคมนี่แหล่ะ     พร้อมกันนั้นทางโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์เองก็น่าจะพร้อมปล่อยตัวอัลกาเซร์เช่นกัน โดยมีราคาในใจที่ราว30ล้านยูโร เพราะยังไงเสียหัวหอกวัย26ปีก็ยังถือว่าเป็นแนวรุกที่สถิติการล่าตาข่ายที่น่าประทับใจเพราะนับแค่การลงเล่นให้เสือเหลืองไป47นัดเค้ายิงไปได้ถึง26ประตูเลยทีเดียว ตราหมีพร้อมดึง อัลกาเซร์ เติมแนวรุกที่ปีนี้ยิงน้อยผิดหูผิดตา     ทันทีที่อัลกาเซร์มีข่าวว่าต้องการการย้ายทีม แอตเลติโก้มาดริดทีมดังแดนกระทิงก็ขอเสนอตัวที่จะดาวยิงผู้ถูกลืมไปใช้งานต่อทันที เพราะนับตั้งแต่พวกเค้าเสียอองตวน กรีซมันน์ออกไปจากทีมเกมรุกที่เคยดุดันก็พลันอันตธานหายไปทันที จนทำให้ปีนี้ทัพตราหมีถูกจ่าฝูงบาเซโลน่าทิ้งห่างไปถึง5คะแนนพร้อมกับรั้งอันดับสามในตารางลาลีก้าเท่านั้น      ดีเอโก้ ซิเมโอเน่กุนซือแอตมาดริดยังไม่สามารถวางใจได้สำหรับผลงานของแนวรุกเนื่องจากทั้ง อัลบาโร่ โมราต้า และชูเอา เฟลิกซ์นั่นต่างยังขาดความสม่ำเสมอในการทำประตูจนทำให้ยิงรวมกันไปได้เพียง13ประตูเท่านั้น(ไม่นับดีเอโก้ คอสต้าที่พักยาว) ทำให้ซิเมโอเน่หวังจะดึงเอาอัลกาเซร์เข้ามาแบ่งเบาภาระตรงนี้ ซึ่งด้วยประสบการณ์ของนักเตะที่เคยลงเล่นในลาลีก้ามาแล้วเกือบ200นัดก็น่าจะทำให้เกมรุกของทีมตราหมีกลับมาคึกคักอีกครั้ง

สิงห์บลู เล็งแข้งใหม่ดาวิดอลาบาแบ็คซ้ายเสือใต้ที่60ล้านปอนด์

    แฟรงค์ แลมพาดกุนซือเชลซีมีข่าวว่ากำลังควานหาแบ็คซ้ายคนใหม่เข้ามาเสริมทัพในช่วงเดือนมกราคม แต่ดูเหมือนเป้าหมายหลักอย่างเบน ชิลเวลล์ของเลสเตอร์ซิตี้นั้นจะลุ้นไม่ขึ้นเนื่องจากทีมจิ้งจอกสยามกำลังติดผลบนอยู่บนหัวตารางพรีเมียร์ลีกและไม่มีความต้องการที่จะปล่อยออกนักเตะในช่วงนี้ จึงทำให้สิงห์บลูต้องเบนเป้าไปล่าตัวดาวิด อลาบาของบาเยิร์น มิวนิคแทน     ดาวิด อลาบาก็ได้ชื่อว่าเป็นฟูลแบ๊คชั้นแนวหน้าของยุโรปแล้วด้วยสัญญาที่เหลือกับทีมเสือใต้แค่เพียงปีครึ่งก็ทำให้มีความเป็นไปได้อยู่ไม่น้อยที่ทีมแชมป์เก่าบุนเดสลีก้าจะยอมขายนักเตะรายนี้ให้กับเชลซี โดยคาดการกันว่าน่าจะมีสนนราคาอยู่ราว60ล้านปอนด์ ซึ่งเชลซีเองก็ไม่น่าจะมีปัญหาในเรื่องของนี้เนื่องจากนับตั้งแต่ซัมเมอร์ที่ผ่านมาพวกเค้ายังไม่ได้ใช้เงินซื้อเข้านักเตะเลยแม้แต่แดงเดียว     ในช่วงหลังบาเยิร์น มิวนิคเองก็มักจะใช้งานลูคัส เอร์นันเดซเป็นตัวทรอดแทรกอลาบาอยู่แล้ว ซึ่งเมื่อรวมกับตัวแบ็คซ้ายชาวออสเตรียเองก็ชักจะเริ่มอิ่มตัวกับความสำเร็จในรังอารีอันซ์อารีน่าแล้ว(คว้าแชมป์กับเสือใต้มาโชกโชน)ก็ทำให้เชื่อว่าอลาบาเองก็น่าจะยินยอมพร้อมใจที่ย้ายไปลองผจญภัยครั้งใหม่กับเชลซีเช่นกัน แลมพาดโค้ช สิงห์บลู ชะลอดึงซานโช่เบนเป้าล่าหัวหอกใหม่แบ่งเบางานอับบราฮัม      นอกจากนี้สื่ออังกกษยังได้รายงานเพิ่มเติมอีกว่าเชลซีได้พับโปรเจกล่าตัวจาดอน ซานโช่ปีกตัวเก่งของดอร์ทมุนด์แล้ว เนื่องจากแลมพาดวิเคราะห์แล้วว่าในทีมยังมีตัวริมเส้นที่เป็นตัวเลือกอีกมาก แต่ตำแหน่งที่ขาดแคลนจริงๆอยู่จะเป็นตำแหน่งศูนย์หน้ามากกว่า เพราะนอกจากโทนี่ อับบราฮัมแล้วตัวเลือกที่เหลืออยู่ก็ยังคงไม่สามารถไว้เนื้อเชื่อใจได้นั่นเอง      ตัวเลือกในตำแหน่งกองหน้าของเชลซีเหลือเพียงมิชี่ บาตรชูอายี่ และโอลิวิเย่ร์ ชิรูด์เท่านั้น ซึ่งทั้งคู่ก็ถือว่ายังทำผลงานได้ไม่น่าประทับใจนักเมื่อทั้งสองยิงประตูรวมกันไปได้เพียง8ลูก ในขณะที่ตัวหลักอย่างโทนี่ อับบราฮัมซัดไปคนเดียวถึง14ประตู จึงทำให้แลมพาดต้องการที่จะหาศูนย์หน้าคนใหม่เข้ามาช่วยงา โดยมีรายชื่อเป้าหมายเป็นมุสซ่า เดมเบเล่(ลียง) และติโมร์ แวร์เนอร์(แอร์เบ ไลป์ซิก) พร้อมกันนั้นในส่วนของโอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ที่เป็นสำรองถาวรในช่วงครึ่งซีซั่นแรกก็น่าจะเลือกย้ายออกในเร็วๆนี้เนื่องจากต้องการลงเล่นมากขึ้นเพื่อความมั่นคงในการถูกเรียกติดธงน้ำหอมไปทำศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป2020

แชมเบอร์ ซูฮกอาร์เตต้าประเดิมเร้าแข้งปืนใหญ่ได้น่าประทับใจ

   หลังจากอาร์เซนอลเสมอเอฟเวอร์ตันมาแบบโนสกอร์ คาร์ลั่ม แชมเบอร์ก็ได้ออกมายอมรับว่ามิเกล อาร์เตต้ากุนซือป้ายแดงที่ยังไม่ได้มีส่วนร่วมในการคุมทีมนัดนี้(ยังเป็นเฟดริก ลุงเบิร์กคุมทีม)ได้เข้ามาพูดคุยกับนักเตะก่อนลงสนาม และคำพูดของอาร์เตต้าก็ผลักดันให้เพื่อนๆในทีมช่วยกันจนเก็บหนึ่งแต้มสำคัญออกมาจากกูดิสันปาร์คได้สำเร็จ    “ ก่อนลงสนามอาร์เตต้าเข้ามาปลุกเร้าพวกเราด้วย มันเป็นการกระตุ้นนักเตะเท่านั้นเพราะลุงเบิร์กได้วางแผนการเล่นเอาไว้หมดแล้ว เค้าบอกให้เรามองไปบนอัฒจันทร์ทุ่มเทให้สมกับที่แฟนบอลเข้ามาให้กำลังใจ ส่วนตัวผมรู้สึกฮึกเหิมมากกับคำพูดเหล่านี้ แล้วมันก็ทำให้เราได้หนึ่งแต้มกลับออกมา แม้ว่าที่จริงเราจะอยากได้สามคะแนนมากกว่า แต่ก็ต้องยอมรับว่าเอฟเวอร์ตันก็มีความแข็งแกร่งเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน ”     “ หลังจบเกมพวกเราได้มีการพูดคุยกันว่าเราภูมิใจแค่ไหนกับสิ่งที่เราได้แสดงออกในวันนี้ มันเป็นก้าวแรกที่น่าประทับใจระหว่างนักเตะทุกคนกับผู้จัดการทีมคนใหม่อย่างอาร์เตต้า ” แชมเบอร์กล่าวอย่างประทับใจ แชมเบอร์ ชี้แข้งปืนส่วนใหญ่ให้ความเคารพอาร์เตต้ามานานแล้ว     นอกจากนี้แชมเบอร์ที่เคยได้ร่วมงานกับกุนซือรายนี้ตั้งแต่สมัยที่ยังไม่แขวนสตั๊ดยังได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่าอาร์เตต้ามีความเป็นผู้นำจนใครๆก็มักให้ความเคารพอยู่เสมอ “ ตอนผมย้ายมาอาร์เซนอลในปี2014นั้นอาร์เตต้ายังเป็นพี่ใหญ่ในห้องแต่งตัวอยู่เลย เค้ามักเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับทุกคน มันทำให้เวลาเค้าเอ่ยปากพูดอะไรซักอย่างพวกเราต้องฟัง มันไม่ใช่เพราะเค้าเป็นกัปตันหรอกนะ แต่มันหมายถึงเค้ามีความเป็นมืออาชีพสูงมากอีกทั้งยังมีทัศนคติที่ยอมเยี่ยมจนเราทุกคนต่างให้การยอมรับ ”    “ วันนี้เค้ากลับมาอาร์เซนอลในบทบาทใหม่ ซึ่งมันต้องเวิร์กแน่ๆ เค้าเป็นคนที่ฉลาดหลักแหลมอยู่แล้ว ยิ่งการได้ประสบการณ์ที่คลุกคลีกับกวาร์ดิโอล่ามาอีกต่างหาก เค้าน่าจะนำสิ่งดีกลับมาเติมเต็มให้กับอาร์เซนอลได้อย่างแน่นอน ” แนวรับวัย24ปีกล่าวอย่างเชื่อมั่น     นอกจากนี้แชมเบอร์ยังได้บอกเล่าอีกว่านักเตะอาร์เซนอลในยุคหลังต่างก็ได้ยินได้พังเรื่องดีๆของอาร์เตต้ามาก่อนหน้านี้กันอยู่แล้ว จึงน่าจะช่วยให้ทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้น “ นักเตะบางคนที่อาจจะเข้ามาหลังจากที่อาร์เตต้าอำลาทีมไปแล้ว แต่พวกเค้าต่างก็ให้ความเคารพอาร์เตต้าเนื่องจากเรื่องราวดีๆที่เค้าเคยทำไว้ที่นี่ยังคงมีบอกต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น นั่นทำให้อาร์เตต้าเป็นผู้จัดการทีมที่ได้รับการยอมรับนับถืออย่างสูงในหมู่นักเตะของเรา ”  

ซีดาน โดนหยามเดิมหมากผิดที่หนุนอาซาร์แต่ไม่เห็นหัวโอเดการ์ด

     ผลงาน3เกมหลังสุดของรีล มาดริดถือว่าน่าผิดหวังต่อเนื่องเมื่อพวกเค้าไม่ชนะใครเลย แถมยิงประตูได้แค่เม็ดเดียว แม้จะมีการก้าวอ้างว่านี่ผลกระทบจากการขายหายไปของเอแด็น อาซาร์ แต่มาร์ก้าสื่อดังแดนกระทิงกลับออกมาตอกย้ำทีมราชันย์ให้เจ็บใจว่าหากแม้ว่าเพลเมกเกอร์ชาวเบลเยี่ยมยังอยู่ในสนามก็ใช่ว่าจะช่วยอะไรได้มากมาย เนื่องจากผลงานฤดูกาลนี้ของอาซาร์ก็ยังเทียบไม่ได้กับมาร์ติน โอเดการ์ดที่ถูกซีดานถีบส่งให้รีล โซเซียดัดยืมตัวไปใช้งานด้วยซ้ำ      ซีนาดีน ซีดานบอสใหญ่รีล มาดริดเดิมพันกับอาซาร์ไว้สูงมากหลังจากได้ตัวมาจากเชลซีด้วยค่าตัวหมาศาลกว่า115ล้านปอนด์ นั่นทำให้ดาวเตะรุ่นเล็กอย่างมาร์ติน โอเดการ์ดจำใจต้องย้ายออกแบบยืมตัวไปเล่นให้รีล โซเซียดัด แต่ทว่าหลังผ่านมาเกือบครึ่งฤดูกาล ผลงานของอาซาร์กลับเทียบกับโอเดการ์ดไม่ได้เลย เมื่อโอเดการ์ดกลายเป็นกำลังสำคัญที่พาโซเซียดัดขึ้นมารั้งอันดับ5ในศึกลาลีก้าได้อย่างสุดเซอร์ไพรซ์ แถมสถิติส่วนตัวกองกลางวัย21ปียิงได้4ประตูกับ5แอสซิสต์ ในขณะที่อาซาร์เพิ่งจะทำได้4แอสซิสต์กับอีก1ประตู ก่อนจะได้รับบาดเจ็บข้อเท้าจนไม่สามารถลงช่วงทีมได้ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาอีกต่างหาก       จนมีแฟนบอลบางส่วนเรียกร้องให้รีล มาดริดขอตัวโอเดการ์ดกลับมาช่วยทีมก่อนกำหนด(เซ็นยืมตัวกับรีล โซเซียดัดไปจนมิถุนายน2021)โดยเชื่อว่าแนวรุกชาวเดนมาร์กน่าจะสร้างประโยชน์ให้ทีมได้มากกว่าอาซาร์ด้วยซ้ำไป โอเดการ์ดถูกแฉปัดกลับเบอร์นาบิวหาก ซีดาน ยังเป็นผู้จัดการทีม      ในขณะที่กระแสเรียกร้องให้กลับบ้านยังคงดำเนินไป ทว่าสื่อในสเปนก็ได้ออกมาเปิดเผยว่ามาร์ติน โอเดการ์ดเองก็ไม่ปรารถนาที่จะกลับไปยังต้นสังกัดเดิมอย่างรีล มาดริดอีกแล้วหากว่ายังมีซีนาดีน ซีดานคุมทีมอยู่      โดยโอเดการ์ดที่ย้ายมาอยู่กับรีล มาดริดตั้งแต่อายุ15ปีมองว่าตนเองไม่เคยได้รับการเหลียวแลจากเทรนเนอร์ชาวฝรั่งเศสเลย ทั้งที่โอเดการ์ดได้ชื่อว่าดาวรุ่งอนาคตไกลของวงการลูกหนังแดนโคนม(ประเทศเดนมาร์ก) แต่ตลอด6ปีในสีเสื้อชุดขาวเจ้าตัวได้ถูกปล่อยออกไปเล่นแบบยืมตัวถึงสามหน กระทั่งในเวลานี้เจ้าตัวเพิ่งจะเริ่มกลับมามีฟอร์มการเล่นที่ลงตัวเนื่องจากการรับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้โอเดการ์ดน่าจะขอปักหลังอยู่กับกับรีล โซเซียดัดต่อไปมากกว่า เพราะหากว่ายอมกลับมายังต้นสังกัดตามที่เรียกร้องก็ไม่แน่ว่าซีดานจะให้โอกาสลงสนามมากน้อยแค่ไหน

คาร์โรล ยัดไหล่อยู่เล่นกับแมวยังดีกว่าย้ายไปเล่นให้ลิเวอร์พูล

    แม้จะได้ชื่อว่าเคยเป็นหนึ่งในนักเตะของลิเวอร์พูล แต่ทว่าแอนดี้ คาร์โรลกลับดูไม่มีความภาคภูมิใจเลยซักนิดที่ได้เคยเป็นส่วนหนึ่งของชาวเดอะค็อป เมื่ออยู่ดีๆก็ได้เผยถึงที่มาในช่วงที่กำลังตัดสินใจย้ายไปเล่นที่แอนด์ฟิลนั้นเจ้าตัวไม่มีกะจิตกะใจที่จะย้ายออกเลยแม้แต่น้อย เนื่องจากเพิ่งจะซื้อบ้านพร้อมกับแมวตัวใหม่ที่เมืองนิวคาสเซิลไว้นั่นเอง     แอนดี้ คาร์โรลผู้ซึ่งเคยย้ายมาร่วมทัพหงส์แดงด้วยค่าตัวกว่า35ล้านปอนด์เมื่อปี2011 ได้ออกมาบอกเล่าถึงความรู้สึกที่แท้จริงที่ก่อนที่เซ็นสัญญากับทีมดังแห่งเมอซี่ย์ไซต์ “ ช่วงนั้นบอกตรงๆผมเอาแค่ภาวนาให้มันมีอุปสรรคตลอดการเจรจา ก่อนที่ลิเวอร์พูลจะยื่นข้อเสนอเข้ามาผมมีอาการบาดเจ็บ ผมยังแอบสวดอ้อนวอนพระเจ้าขอให้ตัวเองตรวจร่างกายไม่ผ่านด้วยซ้ำ  ”     “ ผมยังบอกกับเควิน โนแลนเลยว่าทำไมทีม(นิวคาสเซิล)ถึงอยากขายผมนัก ผมเพิ่งซื้อบ้านและแมวตัวใหม่มาเมื่อวานนี้เอง ผมอยากอยู่กับนิวคาสเซิลต่อไป แต่สุดท้ายผมก็โดนจับขึ้นเฮลิคอปเตอร์เพื่อเดินทางไปยังที่ทำการสโมสรของลิเวอร์พูลอยู่ดี ระหว่างทางผมเอาแต่คิดทบทวนว่าทำไมผมต้องมาอยู่ที่นี่ด้วย ผมแค่อยากมีความสุขกับเล่นฟุตบอลกับนิวคาสเซิล ไม่ใช่ว่าผมไม่เคารพลิเวอร์พูลนะ แต่ ณ เวลานั้นผมยังไม่คิดเรื่องการย้ายทีมจริงๆ ” หัวหอกวัย30กะรัตรำลึกความหลัง คาร์โรล รับการมาแอนด์ฟิลช่วยสอนให้รู้จักความเป็นมืออาชีพ      ถึงแม้ว่าชื่อของแอนดี้ คาร์โรลจะไม่เป็นที่จดจำของสาวกเดอะค็อปมากนักเมื่อเจ้าตัวยิงให้ลิเวอร์พูลได้เพียง11ประตูตลอดสามปี แต่อดีตหัวหอกทีมชาติอังกฤษก็ยืนยันว่าการที่ได้ย้ายเป็นนักเตะของลิเวอร์พูลช่วยให้เค้าได้ยกระดับมุมมองการเป็นนักฟุตบอลอย่างมาก “ ถึงผมจะไม่เต็มใจย้ายมา แต่ก็ต้องยอมรับว่าการย้ายมาลิเวอร์พูลส่องผลดีต่อผมอย่างมาก ผมถูกจับตามองเป็นพิเศษแล้วก็ได้มีโอกาสติดทีมชาติอังกฤษ ”      “ ผมอาจไม่ได้ยิงประตูให้พวกเค้า(ลิเวอร์พูล)มากนัก แต่การอยู่ท่ามกลางความกดดันของการเป็นนักเตะลิเวอร์พูลทำให้ผมมีสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งมากขึ้น ก่อนหน้านั้นผมเหมือนเด็กคนหนึ่งที่คิดแค่ว่าเล่นฟุตบอลให้สนุกไปวันๆ แต่ที่นั้นสอนผมให้มีความรับผิดชอบต่อแฟนบอล คุณต้องมีเป้าหมายที่ใหญ่กว่าความสนุกสนาน ทุกวันนี้ทัศนคตินั้นก็ยังติดตัวผมอยู่เลย ” คาร์โรลกล่าวอย่างภูมิใจ

ชาลเก้ แถลงเองนายทวารนือเบลขอแยกทางกับสโมสรหลังจบซีซั่น

    แม้ว่าผลงานของชาลเก้04ในซีซั่นนี้จะกำลังไปได้สวยถึงขนาดมีลุ้นไปเตะยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกได้เลยก็ตาม ทว่าพวกเค้าก็ต้องได้รับข่าวร้าย เมื่อผู้รักษาประตูคนสำคัญอย่างอเล็กซานเดอร์ นือเบลได้แสดงจุดยืนที่จะไม่ขยายสัญญาออกไปพร้อมกับขอแยกทางกับสโมสรในช่วงสิ้นสุดฤดูกาล     อเล็กซานเดอร์ นือเบลเติบโตขึ้นมาจากชุดเยาวชนของราชันย์สีน้ำเงิน ทว่าเพิ่งจะคว้าตำแหน่งมือหนึ่งได้เมื่อซีซั่นที่แล้ว นับจนปัจจุบันเจ้าตัวลงเฝ้าเสาในศึกบุนเดสลีก้าไปแล้ว35นัดพร้อมเก็บคลีนชีต(ไม่เสียประตู)ได้ถึง11นัด อีกทั้งยังได้รับความไว้วางใจให้สวมปลอกแขนกัปตันทีมในฤดูกาลนี้อีกด้วย “ สโมสรชาลเก้04มีความเชื่อมั่นว่านือเบลจะเป็นผู้นำที่จะพาทีมประสบความสำเร็จได้ในระยะยาว นั่นคือเหตุผลที่เรามอบปลอกแขนให้กับเค้า แล้วเค้าก็กลายเป็นที่รักของแฟนบอล น่าเสียดายที่เราไม่อาจหาบรรลุเรื่องการขยายสัญญากับเค้าได้ ”     “ เราได้หารือร่วมกับนักเตะและเอเยนต์มาตลอด แต่ในที่สุดเราก็ได้ข้อสรุปร่วมกันว่านือเบลจะขออำลาทีมหลังจบฤดูกาล มันเป็นความน่าเสียดายแต่เราไม่ได้ผิดใจกัน ชาลเก้040เคารพการตัดสินใจของเค้า อย่างไรก็ตามนือเบลก็จะยังคงเป็นกัปตันของต่อไป ชาลเก้04ยังเชื่อมั่นว่านักเตะจะลงเล่นอย่างเต็มกำลังไปจนกระทั่งหมดสัญญา ”  โยเช่น ชไนเดอร์ผู้อำนวยการกีฬาของชาลเก้ชี้แจง ชาลเก้ ไม่แคร์ขอดันมาร์คัสชูแบร์ทดีกรีทีมชาติชุดเล็กแทนที่     รายงานจากเยอรมันระบุว่าทีมราชันย์สีน้ำเงินได้เตรียมการรองรับการจากไปของอเล็กซานเดอร์ นือเบลไว้แล้ว นั่นก็คือการผลักดันมาร์คัส ชูแบร์ทผู้รักษาประตูดีกรีทีมชาติเยอรมันชุดอายุต่ำกว่า21ปีขึ้นมารับตำแหน่งมือหนึ่งแทนนั่นเอง      มาร์คัส ชูแบร์ทเจ้าของส่วนสูง187ซม.เพิ่งจะถูกดึงตัวมาจากดินาโม เดรสเด้น(บุนเดสลีก้า2)เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา และได้รับโอกาสเฝ้าเสาในบุนเดสลีก้าไปแล้ว3นัดพร้อมเก็บได้1คลีนชีต ที่สำคัญนายทวารวัย21ปียังมีลีลาการเซฟประตูที่สุดห้าวหาญ จนได้รับการยกย่องว่ามีคาแรกเตอร์ละม้ายคล้ายกับมานูเอล นอยเออร์ประตูมือหนึ่งทีมชาติเยอรมันเป็นอย่างมาก จึงทำให้เดวิด วากเนอร์กุนซือชาลเก้ไม่เป็นกังวลมากนักกับการขอแยกทางของอเล็กซานเดอร์ นือเบล โดยเชื่อว่าทีมราชันย์สีน้ำเงินจะมอบตำแหน่งมือหนึ่งให้กับมาร์คัส ชูแบร์ทในฤดูกาลหน้า(ปัจจุบันสวมเสื้อหมายเลข23)โดยทันที

แฟนันดินโญ่ รับเสียงอ่อยแข้งเรือไม่ได้มองแต้มหงส์พักใหญ่แล้ว

    หลังจากผลงานของลิเวอร์พูลยังคงแรงไม่หยุดเมื่อผลงานล่าสุดที่นำโด่งเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกด้วยการชนะถึง16นัดและเสมอเพียงแค่นัดเดียวจนกลายเป็นมีคะแนนนำหน้าแชมป์เก่าแมนซิตี้ถึง17คะแนนเข้าไปแล้ว กระทั่งนักเตะของทีมตราเรือใบต้องออกปากเองว่าทำได้เพียงโฟกัสที่จะเก็บชัยชนะให้จงได้โดยไม่มองแต้มของลิเวอร์พูล     เมื่อซีซั่นที่แล้วลิเวอร์พูลก็เคยทำแต้มนำแมนซิตี้อยู่ถึง7คะแนนแต่ในที่สุดก็โดนทีมตราเรือใบแซงกลับมาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้มาแล้ว แต่สำหรับสถานการณ์โดนนำห่างถึง17คะแนนในซีซั่นนี้แฟนันดินโญ่มิดฟิลด์ตัวเก๋าของทีมแชมป์เก่าได้ยอมรับคงเป็นเรื่องยากมากที่จะพลิกกลับทำแต้มเหนือทีมหงส์แดงอีกครั้ง “ ถ้าในแง่ทฤษฎีเรา(แมนซิตี้)ยังคงมีโอกาสลุ้นแชมป์อยู่ แต่ถ้าเราพูดกันเชิงปฏิบัติแล้วก็ต้องยอมรับระยะห่าง17คะแนนนั้นมันค่อนข้างยากมากๆที่จะไล่ทัน นักเตะแมนซิตี้ทุกคนมีความเป็นนักสู้อย่างเต็มที่แต่เราก็จะไม่โฟกัสอะไรที่มันไกลตัว พวกเรามีเป้าหมายเพียงเอาชนะคู่แข่งในแต่ละสัปดาห์ให้ได้ นั่นทำให้เราไม่เคยดูตารางคะแนนของลิเวอร์พูลเลย นั่นเพราะมันอาจกวนสมาธิของเรา ” แฟนันดินโญ่ รับโอกาสลิเวอร์พลูคว้าเเชมป์พรีเมียร์ลีกสูงมาก      นอกจากนี้แฟนันดินโญ่ผู้คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาแล้ว3สมัยยังได้เอ่ยปากถึงทีมคู่แข่งอีกว่าคงจะประเดิมชูถ้วยแชมป์ลีกผู้ดีได้สมใจเสียที “ ลิเวอร์พูลต่อสู้เพื่อการได้ชูถ้วยพรีเมียร์ลีกมานาน มันมีความหมายต่อพวกเค้า ถ้าดูจาฟอร์มในซีซั่นนี้พวกเค้ามีโอกาสที่จะสมหวังสูงมาก ” เป๊ป ไว้เชิงเปรยลิเวอร์พูลบินสูงเพราะแรงหนุนจากแพ้เรือปีก่อน     ด้านกุนซือทีมตราเรือใบอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่าก็ออกมาความเห็นว่าถ้าไม่โดนทีมของตนเบียดแชมป์ไปอย่างหน้าตาเฉยเมื่อปีก่อนลิเวอร์พูลก็จะไม่มีวันท็อปฟอร์มได้อย่างทุกวันนี้อย่างแน่นอน     “ ลิเวอร์พูลตื่นตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การจะหยุดพวกเค้าคงเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายอีกต่อไป เป็นเราเองที่สร้างความเจ็บปวดให้กับพวกเค้าเมื่อปีก่อน พวกเค้าได้ถึง97คะแนนแต่ก็ยังพลาดแชมป์ ปีนี้พวกเค้าตั้งเป้าที่จะทำแต้มให้มากกว่าเดิมมันชัดเจนว่าพวกเค้าแข็งแกร่งขึ้นเพราะทีมเรา ”     นอกจากนี้เทรนเนอร์ชาวสเปนยังได้เผยอีกว่าไม่ได้รู้สึกผิดหวังกับผลงานของแมนซิตี้ในปีนี้ “ มันเป็นธรรมดาของเกมกีฬา มันมีช่วงเวลาของคุณบางครั้งมันก็ไม่ใช่ เราผ่านจุดที่ทีมอื่นๆต่างอิจฉาเรามาแล้ว วันนี้เราแค่ยกความกดดันนั้นให้ทีมอื่นไปบ้างก็เท่านั้นเอง ”

รูนี่ย์ ดี๊ด๊ารอประเดิมสนามให้กับสโมสรดาบี้เค้าตี้หลังปีใหม่

     ปัจจุบันเวนย์ รูนี่ย์ทำงานควบเป็นทั้งผู้เล่นและโค้ชให้กับสโมสรดาบี้ เค้าตี้ แม้จะเข้ามาเริ่มงานโค้ชกับสโมสรใหม่ไปแล้วแต่ทว่ายังไม่สามารถลงเล่นในศึกเดอะแชมเปี้ยนชิพได้เนื่องจากต้องลงลงทะเบียนนักเตะใหม่ในช่วงเดือนมกราคมเสียก่อน กระนั้นอดีตเด็กปั้นเอฟเวอร์ตันก็ยอมว่ากระสันที่จะได้ลงเล่นฟุตบอลในบ้านเกิดเมืองนอนอีกครั้ง      เวนย์ รูนี่ย์โยกลงเล่นในเมเจอร์ลีก ออฟ ซอคเกอร์ลีกฟุตบอลของประเทศสหรัฐอเมริกาอยู่ถึง18เดือน  ก่อนที่จะตัดสินใจกลับมาเป็นสมาชิกใหม่ของทีมแกะเขาเหล็ก และการลงซ้อมกับทีมโดยที่ยังไม่สัมผัสเกมการแข่งขันอย่างจริงจังก็ทำให้รูนี่ย์รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย “ ผมยังคงฟิตสมบูรณ์ดี การได้กลับมาลงเล่นในอังกฤษหลังจากห่างไปนานมันทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นมาก ถ้าผมสามารถลงสนามได้พรุ่งนี้เลยคงดีมากๆ เพราะผมไม่ค่อยชินเท่าไหร่กับการลงซ้อมมาแล้วเป็นเดือนแต่ก็ยังต้องรออีกนานกว่าจะได้ลงเล่นจริง ”       มีการคาดการว่ารูนี่ย์จะได้ออกสตาร์ทกับดาบี้นัดแรกในเกมที่ดวลกับบาร์นสลี่ย์ในวันที่2มกราคมปีหน้า ซึ่งกว่าจะถึงตอนนั้นดาวยิงวัย34กะรัตจะต้องลงซ้อมพร้อมกับทำงานโค้ชกับต้นสังกัดใหม่ไปพลางๆก่อน “ ผมปรับตัวเข้ากับเพื่อนใหม่ได้แล้ว ทุกคนนี่เต็มไปด้วยมิตรภาพ งานโค้ชก็เป็นอีกบทบาทที่ยอดเยี่ยม มันมีรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่แตกต่างออกไป แต่ผมก็รับมือได้ดี การเริ่มต้นงานสตาฟฟ์โค้ชกับทีมในแชมเปียนชิฟน่าจะเป็นโอกาสที่ดี ผมต้องการเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ไว้เผื่อมันจะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานอื่นๆหลังจากเลิกเล่น ” รูนี่ย์ เผยฝันรับงานผู้จัดการทีมฟุตบอลเต็มตัวหลังแขวนเกือก      แม้ว่าจะยังไม่ได้แขวนสตั๊ดแต่เวนย์ รูนี่ย์ก็ได้วางแผนสำหรับงานในอนาคตไว้แล้วเมื่อเจ้าตัวได้วางแผนที่จะอบรมหลักสูตรโค้ชแบบโปรไลเซนส์ในช่วงกลางปีหน้า “ ผมเห็นรุ่นพี่หลายคนที่เดินนำหน้าไปก่อนสกอต ปาร์คเกอร์,จอห์น เทอรี่,แฟรงค์ แลมพาด และสวีเว่น เจอร์ราด พวกเค้าต่างมีความสุขกับเส้นทางใหม่ๆเหล่านี้ มันทำให้ผมคิดอยากได้รับประสบการณ์แบบนี้บ้าง ผมยังไม่ได้วางแผนว่าจะเลิกเล่นตอนไหน แค่เพียงคิดว่าเตรียมการไว้ก่อนเท่านั้น ”      “ งานทีวีก็เป็นอีกทางเลือกที่ผมสนใจ แต่ผมยังอยากคลุกคลีกับชีวิตในสนามมากกว่า ผมจึงไม่ได้คาดหวังกับงานด้านนั้นมากนัก ผมเป็นคนชื่นชอบการมีอารมณ์ร่วมกับสิ่งนั้นๆ ฉะนั้นงานโค้ช […]

เดวิดมาร์ติน ชายผู้เฝ้ารอโอกาสเฝ้าเสาพรีเมียร์ลีกมากว่า16ปี

    เกมฟุตบอลนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ แน่นอนว่าผู้ชนะย่อมดีใจจนบางครั้งก็แทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ นั่นก็รวมทั้งเดวิด มาร์ตินผู้รักษาประตูของเวสต์แฮมด้วย เมื่อทันทีที่เกมดวลกันระหว่างเชลซีและเวสต์แฮมจบลง นายทวารวัย33ปีก็ทรุดลงกับพื้นหญ้าแล้วปล่อยโฮออกมาทันที     เดวิด มาร์ตินได้รับโอกาสลงเฝ้าเสากับเวสต์แฮมในแม็ตซ์ล่าสุดเนื่องจากผู้รักษาประตูมือหนึ่งอย่างลูคัส ฟาเบี้ยนสกี้นั้นมีอาการบาดเจ็บ ส่วนประตูมือสองอย่างโรแบร์โต้ ฆิเมเนสก็ทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวัง จนมานูเอล เปเยกรินี่ นายใหญ่ขุนค้อนจึงได้ยกสัมปทานเฝ้าเสาให้กับนายทวารมือสามอย่างเดวิด มาร์ติน แล้วเจ้าตัวก็ไม่ทำให้เวสต์แฮมผิดหวังเมื่อเค้าออกแรงเซฟถึง6ครั้งจนทำให้ขุนค้อนเฉือนชนะเชลซีไปได้1-0 และการลงสนามในครั้งนี้ก็ยังถือเป็นเกมพรีเมียร์ลีกนัดแรกในชีวิตค้าแข้งของเจ้าตัวอีกด้วย     นอกจากนี้ยังมีภาพเดวิด มาร์ตินเข้าไปสวมกอดอัลวิน มาร์ตินผู้เป็นพ่อ(เคยเล่นกองหลังให้เวสต์แฮม)แล้วร่ำไห้ด้วยกันทั้งคู่ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับแฟนบอลเป็นอย่างมาก เนื่องจากทั้งสองพ่อลูกต่างเป็นแฟนบอลตัวยงของเวสต์แฮมมาโดยตลอด ฉะนั้นการที่เดวิด มาร์ตินได้ลงสัมผัสเกมพรีเมียร์ลีกเป็นนัดแรกหลังจากรอคอยมาถึง16ปีกับทีมรักในดวงใจย่อมมีความหมายต่อพ่อลูกตระกูลมาร์ตินเป็นอย่างมาก เดวิดมาร์ติน เผยความในใจหลังประเดิมสนามในพรีเมียร์ด้วยคลีนชีต     “ เมื่อจบเกมผมรีบวิ่งไปหาพ่อ เรามองเห็นกันน้ำตาของเราทั้งคู่ก็พรั่งพรูออกมา พ่อเป็นแฟนบอลเวสต์แฮมมาตลอดชีวิต การได้เห็นลูกชายลงสนามให้กับทีมรักเป็นครั้งแรกย่อมเป็นความรู้สึกพิเศษ ยิ่งผมสามารถเก็บคลีนชีตพาทีมเอาชนะคู่ปรับอย่างเชลซีได้ก็ยิ่งทำให้พวกเรามีความสุขเหลือเกิน ผมอาจจะสู้พ่อไม่ได้เพราะผมได้เล่นให้เวสต์แฮมช้ากว่าพ่อหลายปี แต่มันไม่สำคัญหรอก ในเมื่อวันนี้ผมได้ลงสนามให้กับสโมสรที่เชียร์มาตั้งแต่ยังเด็ก ผมจะจดจำประสบการณ์วันนี้ไปตลอดชีวิต ” เดวิด มาร์ตินกล่าวอย่างมีความสุข     นอกจากนี้นายประตูวัย33ปียังได้บอกเล่าอีกว่าก่อนที่จะได้ลงเล่นนั้นเจ้าตัวตื่นเต้นจนกินข้าวไม่ลงเลยทีเดียว “ ชีวิตค้าแข้งของผมไม่มีอะไรหวือหวาเลยกระทั่งอายุผมปาเข้าไป33ปีแล้ว แต่การได้รู้ว่าจะได้ลงเล่นพรีเมียร์ลีกก็ยังทำให้ผมตื่นเต้นอยู่ดี ผมโดนเพื่อนๆในทีมล้อว่าทานข้าวเหลือ(ทานไม่ลง)ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ”

วิเอร่า ยันอยู่นีซต่อแม้เบ็คแฮมหวังดึงคุมทีมในเมเจอร์ลีก

    แม้ว่าผลงานหลังแขวนเกือกจะไม่โดดเด่นเท่าสมัยเป็นนักเตะ ทว่าปาทริค วิเอร่าก็ยังมีชื่อเกี่ยวโยงกับสโมสรอื่นๆอยู่เสมอ กระทั่งล่าสุดทีมอินเตอร์ ไมอามี่ทีมน้องใหม่ในเมเจอร์ลีกก็เป็นอีกหนึ่งสโมสรที่มีข่าวว่าอยากได้ตัววิเอร่าไปนั่งแท่นเป็นผู้จัดการทีม      ด้วยความที่เคยทำทีม นิวยอร์ค ซิตี้ เอฟซีในเมืองลุงแซมมาก่อน ก็เป็นเหตุให้เดวิด เบ็คแฮมหนึ่งในผู้ก่อตั้งสโมสรอินเตอร์ ไมอามี่อยากให้วิเอร่ากลับมารับงานทีมในลีกมะกันอีกครั้ง แต่ดูเหมือนวิเอร่าจะยังไม่ท่าทีสนใจ “ ข่าวก็คือข่าว มันไม่ได้มาจากตัวผม หรือสโมสรนีซ เมื่อไม่นานมานี้ก็มีข่าวว่าลียงอยากได้ผม มาตอนนี้ก็ไมอามี่ ถ้าอีกสามเดือนข้างหน้าผมมีข่าวกับทีมในบราซิลผมก็คงไม่ประหลาดใจ ผมบอกได้แค่นี้ละ ” วิเอร่ายืนยันสถานะว่าตั้งใจจะคุมทีมนีซ(ในลีกเอิง)ต่อไป      อย่างไรก็ดีสถานะปัจจุบันของวิเอร่าก็ไม่ค่อยจะมั่นคงนักเมื่อปีนี้ผลงานของทีมนีซตกลงไปมาก(รั้งอันดับ11ในลีกเอิงมี20คะแนน) “ ทุกคนมีหน้าที่ ผมยึดถือแนวคิดนี้เสมอ ผมก็ไม่รู้หรอกจะโดนปลดตอนไหนแต่มันจะไม่เปลี่ยนแปลงความปรารถนาที่จะมอบสิ่งดีๆให้กับทีม นั่นคือหน้าที่ของผม ผมโฟกัสเรื่องนี้เป็นอันดับแรก ถามว่าผมหนักใจไหม? ไม่เลย เพราะโลกฟุตบอลมันเปลี่ยนแปลงไปเร็วมากๆ ทุกอย่างเปลี่ยนไปได้ทั้งนั้น ” เทรนเนอร์วัย43ปีกล่าวอย่างไร้กังวล พาเลอร์เสี้ยม วิเอร่า หันมารับงานผู้จัดการทีมปืนใหญ่ดีกว่า     ขณะเดียวกันเรย์ พาเลอร์อดีตเพื่อนร่วมทีมปืนใหญ่ก็ได้แนะนำให้วิเอร่าลองมาพิจารณาโอกาสทำทีมอาร์เซนอลดูบ้าง “ ลุงเบิร์กน่าจะยังพร้อมสำหรับการทำทีมเต็มตัว อาร์เซนอลกำลังมองหาใครซักคน ที่เป็นมากกว่าผู้จัดการธรรมดาๆและปาทริคก็มีสิ่งนั้น ”      “ วิเอร่าอาจจะยังไม่มีความสำเร็จในฐานะผู้จัดการทีม แต่ถ้าเราใช้ตรรกะแบบนั้นกับแฟรงค์ แลมพาด […]